สิงหาคม 8, 2020

ขายของออนไลน์ภาษาอังกฤษ 30 คำต้องรู้

แชร์เรื่องนี้

ขายของออนไลน์ภาษาอังกฤษ รวมคำศัพท์ 30 คำสำคัญในภาษาอังกฤษที่ต้องรู้ สำหรับผู้ขายของออนไลน์และผู้สนใจ รู้มากกว่า ขายได้มากกว่า เพิ่มช่องทางการขาย ช่องทางการแสดงสินค้าให้ลูกค้าเห็นมากๆ

ขายของออนไลน์ภาษาอังกฤษ ทำไมต้องรู้?

ในปัจจุบันการขายออนไลน์มีบทบาทต่อธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก มีความเปลี่ยนแปลงจากร้านค้าที่เปิดหน้าร้าน ยกระดับขึ้นสู่ร้านค้าออนไลน์ ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือผู้ค้าออนไลน์ต้องมีความรู้ในด้านภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะบนระบบออนไลน์เป็นแบบ World wide คือเป็นสากลทั่วโลก ตามคำว่า World Wide Web (www.)

ทำการตลาดออนไลน์
online marketing ทำการตลาดออนไลน์

เพราะว่าความเป็นสากลนี้ ทำให้ผู้ค้าออนไลน์ ต้องพัฒนาตนเองตาม โดยเฉพาะทางด้านภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถทำการค้าในรูปแบบใหม่นี้ได้ ในส่วนนี้บางท่านพื้นฐานภาษาอังกฤษดีอยู่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับบางท่านที่ไม่ค่อยมีพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ เราขอแนะนำให้เริ่มจากการศึกษาคำศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานที่เกี่ยวกับการขายออนไลน์ที่เราได้รวบรวมไว้ที่นี่ค่ะ

คำศัพท์เกี่ยวกับขายของออนไลน์ภาษาอังกฤษ

  1. e-Commerce แน่นอนเลยว่าคำแรกของบทความนี้ ก็ต้องเป็น e-Commerce เพราะคำนี้ แปลว่า การดำเนินธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง รวมไปถึงการขายของออนไลน์ด้วยค่ะ
  2. Customer เมื่อเราจำหน่ายสินค้าหรือบริการใดๆ ก็ต้องมีผู้ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ เรียกว่าลูกค้านั่นเอง
  3. Shipping เมื่อมีการซื้อขายสินค้าที่เป็นสิ่งของจับต้องได้ ย่อมต้องมีการจัดส่งสินค้า และส่วนใหญ่นิยมเรียกทับศัพท์ว่า Shipping ค่ะ
  4. Drop-off ถ้าแปลตรงๆจะแปลว่าโยนทิ้ง แต่สำหรับการขายออนไลน์แล้ว จะหมายถึงการส่งสินค้าทางพัสดุแบบหนึ่งที่ดำเนินการเองค่ะ
  5. Drop shipping หมายถึงการนำสินค้าของผู้อื่นมาขาย แล้วบวกกำไรเข้าไป โดยไม่ต้องสต๊อก(Stock)สินค้าและไม่ต้องดำเนินการจัดส่งใดๆ เช่นการนำรูปสินค้าและข้อมูลสินค้านำเสนอต่อผู้ซื้อ หากตกลงซื้อสินค้า เราจึงดำเนินการสั่งสินค้าจากฝั่งผู้ขาย ให้จัดส่งไปยังผู้ซื้อ โดยเราได้ค่าตอบแทนเป็นส่วนต่างค่าสินค้า
  6. Retailing สำหรับคำนี้ทั้งการขายแบบออนไลน์และไม่ออนไลน์ หมายถึงร้านค้าปลีก ไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้าเอง ไม่ใช่โรงงาน เป็นระดับตัวแทนจำหน่ายสินค้า
  7. Advertisement แปลว่าการโฆษณาแน่นอนว่าการขายสินค้าต่างๆ หากต้องการเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น ก็ต้องใช้การโฆษณาเป็นสื่อกลางเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มากมายนั่นเอง
  8. service คือการบริการ การขายไม่ได้มีเฉพาะการขายสินค้าที่เป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้เท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจขายบริการต่างๆอีกด้วย เช่นธุรกิจโฆษณานั่นเอง
  9. Computer Crime Law สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต(Internet) ทั่วไป หรือผู้ค้าออนไลน์ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฏหมาย ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
  10. Certificate หรือใบรับรอง, ใบประกาศ, หนังสือรับรอง บางคนก็เรียกใบ เซอร์(cer.) ใบประกาศต่างๆนี้ ใช้สำหรับสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ค้า เพราะการขายออนไลน์มักถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะดูเหมือนไม่มีตัวตน ย่อมดีกว่าถ้าเราแสดงตัวตนผ่านการออกใบประกาศจากทางหน่วยงานราชการ
  11. DBD คือเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ออกให้แก่ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
    อ่านต่อที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  12. Revenue หรือสรรพากรนั่นเอง คือหน่วยงานด้านจัดเก็บและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภาษีรายได้ การค้าขายย่อมก่อให้เกิดรายได้ และเมื่อมีรายได้ ย่อมต้องเสียภาษี ผู้ค้าออนไลน์ควรวางแผนภาษีควบคู่ไปกับการวางแผนเพิ่มยอดขาย
    เว็บไซต์ กรมสรรพากร
  13. TAX คือภาษี ต่อเนื่องมากจาข้อ 12. ภาษีนี้มีหลายประเภท เช่นภาษีเงินได้ประจำปี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ
  14. VAT คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เราคุ้นหูกันว่า VAT 7% ส่วนใหญ่ใช้กับผู้ค้าที่เป็นรูปแบบบริษัท เนื่องจากต้องออกใบกำกับภาษี หรือบางธุรกิจที่มีจำนวนเงินเข้าเป็นจำนวนมาก ก็จะถูกบังคับขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน
  15. e-Payment ตามปกติเมื่อเราทำธุรกรรมทางการเงินไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน ถอนเงิน หรือการโอนเงิน เราจะได้ใบรายการทำธุรกรรมเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินการนั้นๆ ในแบบปกติจะเรียกว่า Payment แต่ในส่วนของธุรกรรมออนไลน์ หรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะเรียกว่า e-Payment
  16. e-Marketing เหมือนกันกับการทำการตลาดทั่วไป ต่างกันที่ e-Marketing ใช้ในการเรียกการทำการตลาดแบบออนไลน์นั่นเอง
  17. Social Network ในส่วนของคำคำนี้ถ้าแปลตรงตัวเลยคือ เครือข่ายสังคม และคิดว่าทุกๆคนต้องเคยได้ยินกันมาอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวข้องกับแอปฯที่คนไทยชอบเล่นหลายๆแอปฯ เช่น Facebook, Line, Instragram, Twister ฯลฯ
  18. Community แปลว่าชุมชน ในที่นี้หมายถึงชุมชนออนไลน์ เป็นการรวมตัวพูดคุยกันในเรื่องที่สนใจเหมือนๆกัน ช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ดีในการจำหน่ายสินค้า ถ้าหากสินค้านั้นๆเป็นสิ่งที่เกี่ยวของกับแหล่งชุมชนออนไลน์นั้น
  19. Live หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า Liveสด ตาม social ต่างๆ อันที่จริงคำว่า Live แปลว่าสด/ถ่ายทอดสดอยู่แล้ว เป็นการเปิดโอกาสให้คนทั่วไปหรือร้านค้าต่างๆถ่ายทอดสดผ่านแอปฯ, เว็บไซต์ในช่วงเวลาหนึ่ง
  20. SEO เป็นคำย่อมาจาก Search engine optimization เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ค้าออนไลน์ ที่ต้องการให้ผู้คนมากมายที่ค้นหาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่ตนขายหาร้านของตนเจอ เพราะเมื่อผู้ซื้อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการใดๆผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนใหญ่จะค้นหาสินค้าและบริการนั้นๆผ่าน Search engine เข่น google search และหากเว็บไซต์ของผู้ค้าที่เปรียบเสมือนหน้าร้านออกแบบมาให้สอดคล้องกับเครื่องมือค้นหา ย่อมทำให้หน้าร้านนั้นๆถูกหาเจอได้ง่ายๆนั่นเอง
  21. QR code คือรูปแบบการเข้ารหัสอย่างหนึ่ง คล้ายๆกับBarcodeแตกต่างกันที่ QR code จะเข้ารหัสได้ทั้งตัวอักษรและตัวเลขยาวๆ แต่Barcode จะเป็นการเข้ารหัสชุดตัวเลข ดังนั้น QR code จึงนิยมนำมาใช้เข้ารหัสลิ้งค์ต่างๆ เช่น QR code สำหรับชำระเงินออนไลน์ ส่วนBarcode จะนิยมใช้สำหรับเป็นรหัสสินค้าหรือรหัสอุปกรณ์ที่เป็นชุดตัวเลขยาวๆนั่นเอง
  22. Pre-order หรือการสั่งซื้อล่วงหน้า ในปัจจุบันจะได้รับความนิยมลดลงกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากผู้ขายชาวจีนมีช่องทางให้จำหน่ายสินค้าแก่ผู้ซื้อชาวไทยโดยตรง เช่นทาง Shopee, Lazada ฯลฯ ส่งผลให้ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อจากผู้ขายได้โดยตรงและไม่จำเป็นต้อง Pre-order ผ่านคนกลางอีกต่อไป
  23. Dealer หมายถึงผู้ค้าปลีก, ตัวแทนจำหน่าย เป็นระดับรองจากผู้กระจายสินค้าหรือผู้ผลิต เป็นผู้จำหน่ายสินค้าปลีกแก่ลูกค้าโดยตรง
  24. Buyer ผู้ซื้อสินค้า ในที่นี่หมายถึงผู้ซื้อทั้งที่เป็นผู้บริโภค และผู้ซื้อที่เป็น Dealer นำสินค้าไปจำหน่ายปลีกต่อ
  25. Seller ผู้ขายสินค้า ไม่ใช่เฉพาะผู้จำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง แต่ยังหมายถึงโรงงานผู้ผลิตสินค้าและจำหน่ายอีกด้วยค่ะ
  26. Catalog หรือ แคตตาล็อก คือเอกสารแสดงรายการและรายละเอียดสินค้าที่ผู้จัดทำจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้าเลือกชมสินค้าและบริการต่างๆของทางร้าน สำหรับคำนี้คนไทยมักเรียกทับศัพท์เลยค่ะ
  27. Packaging การบรรจุภัณฑ์ หมายถึงหีบห่อที่ห่อหุ้มสินค้าเพื่อให้สินค้าเกิดความน่าสนใจ เมื่อลูกค้าเห็นแล้วสะดุดตา พร้อมมีรายละเอียดโฆษณาสรรพคุณของสินค้าชนิดนั้นๆ
  28. Category หรือหมวดหมู่ เป็นการจัดกลุ่มหัวข้อที่เป็นเรื่องเดียวกัน ให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน จะเห็นได้บ่อยในการสร้างเว็ปไซต์จำหน่ายสินค้า ที่มีสินค้ามากมายหลายประเภท หากจัดหมวดหมู่แบ่งสินค้าประเภทต่างๆอย่างชัดเจน ก็จะทำให้ผู้ซื้อสามารถหาสินค้าที่ต้องการได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
  29. Mobile Application ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานมือถือเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมือถือเกือบทั้งหมดเป็นสมาร์ทโฟน (Smart phone) ซึ่งสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันได้จึงมีผู้จำหน่ายสินค้าและบริการไม่น้อย ที่ใช้ช่องทางนี้ในการเข้าถึงลูกค้าที่มากขึ้นด้วย
  30. Market Place แปลตรงตัวเลย นั่นคือแหล่งรวมการซื้อขาย เป็นหน้าเวปที่เปิดให้ผู้ต้องการขาย หรือต้องการซื้อสินค้าใดๆมาลงประกาศหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

การศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในยุคสมัคยที่อะไรๆก็รวมเร็วไปหมด สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่เมื่อวานขายดีเป็นที่หนึ่ง วันนี้อาจจะขายไม่ได้เลยก็ได้ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้บนโลกออนไลน์ ร้านค้าเกิดใหม่นับร้อยนับพันชั่วข้ามคืน การศึกษาและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะช่วยให้ขายได้ ขายดี ขายทน บนโลกออนไลน์ ขอให้เนื้อหา ขายของออนไลน์ภาษาอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้คุณพัฒนาร้านค้าต่อไป