สิงหาคม 8, 2020
สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

10 คำถามในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

แชร์เรื่องนี้

รวมคำถามพื้นฐานในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
พร้อมวิธีตอบ

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

หากคุณเตรียมที่จะสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ คุณอาจจะเตรียมความพร้อมโดยการซักซ้อมการตอบคำถามที่คุณอาจจะได้รับ แม้ว่าคุณอาจจะไม่มีทางรู้เลยว่าจะถูกถามคำถามใดบ้าง แต่การเตรียมตัวไว้บ้าง ย่อมดีกว่าเสอม เรามีคำถามยอดฮิตที่เป็นที่นิยมในการถามผู้ถูกสัมภาษณ์มาให้ซักซ้อมกันก่อน

คำถามยอดฮิตในการสัมภาษณ์งาน

1.Tell me about yourself.
ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย

ผู้ส้มภาษณ์หมายถึง “Why are you perfect for the job?” คือ ทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้
ผู้สัมภาษณ์(interviewers)จะเริ่มต้นด้วยคำถามเกี่ยวกับตัวคุณ(yourself)และภูมิหลังของคุณ เพื่อที่จะทำความรู้จักกับคุณ เริ่มต้นด้วยการให้ภาพรวม(overview)ของตำแหน่งหรือกิจกรรมของคุณ จากนั้นเน้นความสำคัญ(important)และหาส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้คุณมีคุณสมบัติที่เหมาะสม(qualified)กับตำแหน่ง

ตัวอย่าง

“I worked at a small shop for two years doing 50 projects a year, meeting 100% of my deadlines. Then I worked for a bigger firm with clients like Disney and Netflix—with 99% client satisfaction. I collaborated with the team to win an A’ Design Award. I’m excited to step into a role like this that’s designed around that kind of efficiency and collaboration.”

“ผมทำงานที่ร้านค้าเล็กๆ 2 ปี และทำ 50 โปรเจคซึ่งทันกำหนด 100% จากนั้นผมก็ได้ทำงานในบริษัทที่ใหญ่ขึ้น มีลูกค้า เช่น ดิสนีย์ และ เน็ตฟิกส์ ที่มีความพึงพอใจกับผลงานถึง 99% ผมกับทีมงานได้ชนะรางวัล A’ Design Award ผมตื่นเต้นที่ได้ทำงานสายนี้ ที่ได้ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น”

2.How would you describe yourself?
ช่วยอธิบายเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย

เมื่อผู้สัมภาษณ์ขอให้คุณพูดเกี่ยวกับตนเอง พวกเขากำลังมองหาว่าคุณสมบัติ(characteristics)และคุณลักษณะ(qualities)ของคุณสอดคล้องกับทักษะที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นต่องานอย่างไร ควรเล่าประสบการณ์หรือความสามารถที่เหมาะกับงานในตำแหน่งที่คุณไปสมัคร เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณเหมาะกับงาน

ตัวอย่าง

“I would say that as a security officer, I’m vigilant, proactive and committed to ensuring safe, secure, and orderly environments. In my last incident response rating, I received a 99% against the team average, which has been at around 97% over the past 3 years. I like to be thorough, documenting all incidents. I’m also a lifelong learner, always seeking out the latest security equipment and techniques to patrol buildings. I frequently make suggestions to management about security improvements.”ฃ

“ผมอยากบอกว่าในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผมจะเฝ้าระวัง และมุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการการจัดอันดับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าสุด ผมได้รับ 99% เทียบกับค่าเฉลี่ยของทีมอยู่ที่ประมาณ 97% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผมชอบที่จะตรวจตรา พร้อมทั้งบันทึกเหตุการ์ทั้งหมด ผมยังเป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้ไปตลอดชีวิต พยายามค้นหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและเทคนิคล่าสุดสำหรับการลาดตระเวนในอาคาร ผมได้ให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารเกี่ยวกับการปรับปรุงความปลอดภัย”

3.What makes you unique?
อะไรทำให้คุณพิเศษกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ

นายจ้างมักถามคำถามนี้เพื่อระบุว่าทำไมคุณถึงมีคุณสมบัติมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆที่พวกเขาสัมภาษณ์มา ควรตอบโดยให้ความสำคัญกับเหตุผลที่การจ้างคุณจะให้ประโยชน์กับนายจ้าง เนื่องจากคุณไม่รู้จักผู้สมัครคนอื่นๆ มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะคิดเกี่ยวกับคำตอบของคุณที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา การพูดถึงประสบการณ์ของคุณว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้จะทำให้นายจ้างรู้ว่าคุณได้เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งานนนี้มาเป็นอย่างดี

ตัวอย่าง

“What makes me unique is my experience of having spent four years in retail. Because I’ve had first-hand experience fielding shoppers’ questions, feedback and complaints, I know what customers want. I know what it takes to create a positive consumer experience because I’ve had that direct interaction, working directly with consumers in person.”

“สิ่งที่ทำให้ผมไม่เหมือนกับใคร คือประสบการณ์ที่ได้จากการค้าปลีก 4 ปี เพราะผมมีประสบการณ์ในการตอบคำถาม ข้อเสนอแนะและการร้องเรียนของลูกค้าโดยตรง ผมจึงรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร รู้ว่าต้องใช้อะไรบ้างในการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าในเชิงบวก เพราะผมได้มีปฏิสัมพันธ์ในการทำงานกับลูกค้าโดยตรง”

4.Why do you want to work here?
ทำไมคุณถึงอยากทำงานที่นี่

ผู้สัมภาษณ์มักจะถามคำถามนี้ เป็นวิธีการพิจารณาว่าคุณใช้เวลาในการค้นคว้าเกี่ยวกับบริษัท และรู้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าตนเองเหมาะกับที่นี่ วิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมตอบคำถามนี้ คือ การทำการบ้านและเรียนรู้เกี่ยวกับองค์กรให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมา และวัฒนธรรมองค์กร ในคำตอบของคุณควรพูดถึงแง่มุมของบริษัทที่ดึงดูดใจคุณ และสอดคล้องกับเป้าหมายในอาชีพของคุณ อธิบายว่าทำไมคุณถึงต้องการตำแหน่งงานนี้ในบริษัทนี้กับผู้สัมภาษณ์

ตัวอย่าง

“I’d love the opportunity to work with a company that’s making a difference. Finding a company with a positive work environment and values that align with my own has remained a priority throughout my job search, and this company ranks at the top of the list.

“ดิฉันชอบที่มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทที่สร้างความแตกต่าง การหาบริษัทที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และค่านิมยมสอดคล้องกับตัวดิฉันนั้นยังคงมีความสำคัญเสมอเวลาดิฉันหางาน และบริษัทนี้อยู่ในอันดับต้นๆของรายการ”

5.What interests you about this role?
คุณสนใจอะไรในตำแหน่งนี้

เช่นเดียวกับคำถามก่อนหน้านี้ ผู้จ้างงานมักจะรวมคำถามนี้ไว้เพื่อในแน่ใจว่าคุณเข้าใจในตำแหน่งงานและให้โอกาสในการเน้นทักษะที่เกี่ยวข้องของคุณกับตำแหน่งงาน นอกเหนือจากการอ่านรายละเอียดงานอย่างละเอียดแล้ว จะมีประโยชน์อย่างยิ่งที่คุณจะเปรียบเทียบความต้องการตำแหน่งงานกับทักษะและประสบการณ์ของคุณ เลือกบางสิ่งที่คุณชอบหรือทำได้ยอดเยี่ยม และมุ่งเน้นไปที่คำตอบเหล่านั้น

ตัวอย่าง

“Making a meaningful difference in the lives of my patients and their families motivates me to strive for excellence in everything I do. I look forward to seeing their reaction when we get a positive outcome that will change their lives forever. Like the family of a young boy we treated last year. At eight years old, he had experienced rapid weight gain and signs of depression. His parents described him as a usually joyful child, but now he seemed disengaged and uninterested in his typical schedule. In the end, we determined that it was hypothyroidism which is, of course, controllable with medication. The boy is adjusting well to the treatment and has returned to his joyful self. That’s why I became a nurse and why I’m pursuing a position in pediatrics.”

“การสร้างความแตกต่างที่มีความหมายในชีวิตของผู้ป่วยครอบครัวของพวกเขา ตระตุ้นให้ผมพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ผมหวังว่าจะได้เห็นพวกเขาดีขึ้น เหมือยครอบครัวของเด็กหนุ่มที่เราดูแลเมื่อปีที่แล้ว เมื่ออายุแปดขวบเขาประสกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาการซึมเศร้า พ่อแม่ของเขาอธิบายว่าเขาเป็นเด็กที่มีความสุข แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจอะไรเลย และเราก็พบว่ามันเป็นภาวะไทรอยด์ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถรักษาได้ด้วยยา เด็กชายคนนี้ปรับตัวเข้ากับการบำบัดได้ดี และกลับมามีชีวิตที่สนุกสนานอีกครั้ง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมกลายเป็นบุรุษพยาบาลและทำไมผมถึงได้รับตำแหน่งกุมารเวชศาสตร์”

6.What motivates you?
อะไรเป็นแรงจูงใจของคุณ?

นายจ้าง(employers)ถามคำถามนี้เพื่อวัดระดับการรับรู้ตนเอง(self-awareness )ของคุณ และสร้างความมั่นใจว่าแรงจูงใจ(motivation)ของคุณสอดคล้องกับตำแหน่งงาน ควรตอบเฉพาะเจาะจง(specific)ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกตัวอย่างชีวิตจริง(real-life)และเชื่อมโยงคำตอบกลับไปที่ตำแหน่งงานที่คุณสมัคร

ตัวอย่าง

“Making a true a difference in the lives of my patients and their families motivates me to strive for excellence in everything I do. I look forward to seeing my patient’s reaction when we get a positive outcome that will change their lives forever. That’s why I became a nurse, and why I’m pursuing a position in pediatrics.”

“สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวของพวกเขาช่วยกระตุ้นให้ผมพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ผมหวังว่าจะได้เห็นผู้ป่วยดีขึ้น ซึ่งสิ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาตลอดไป และนั่นเป็นสาเหตุที่ผมกลายเป็นบุรุษพยาบาลและกุมารเวชศาสตร์”

7.What are you passionate about?
คุณหลงใหลเกี่ยวกับอะไร?

เช่นเดียวกับคำถามก่อนหน้านี้(previous)เกี่ยวกับแรงจูงใจ นายจ้างอาจถามสิ่งที่คุณหลงใหล( passionate )เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ผลักดันคุณ( drives )และสิ่งที่คุณชอบ สิ่งนี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งงานหรือไม่ในการตอบให้เลือกตอบสิ่งที่คุณหลงใหลอย่างแท้จริง อธิบาย( explain )ว่าทำไมคุณถึงหลงใหลมัน และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงความหลงใหลนี้กับตำแหน่งงาน

ตัวอย่าง

“My specialized training and strong interpersonal skills have helped me become adept at developing long-term, trusted relationships that help to build a loyal client base. Some of my clients have been with me since the beginning—more than ten years now. These relationships are the reason I’m excited to go to work every day.”

“การฝึกอบรมเฉพาะด้านและทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่แข็งแกร่งของดิฉัน ช่วยให้ดิฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวและน่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยสร้างฐานลูกค้าที่ดี ลูกค้าของดิฉันบางคนอยู่กับดิฉันมาตแต่ต้น ซึ่งมากกว่า 10 ปีแล้ว ความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นเหตุผลที่ดิฉันตื่นเต้นที่ได้ไปทำงานทุกวัน”

8.Why are you leaving your current job?
ทำไมคุณถึงอยากลาออกจากงานปัจจุบันของคุณ?

มีหลายเหตุผล( reason )ที่คนเราต้องการลาออกจากงานเก่า คุณควรเตรียม( prepare )คำตอบที่รอบคอบ( thoughtful ) ซึ่งจะให้ความมั่นใจจแก่ผู้สัมภาษณ์ของคุณว่าคุณกำลังไตร่ตรองเกี่ยวกับการเปลี่ยนงานนี้ แทนที่จะมุ่งความสนใจไปในแง่ลบ( negative )ของตำแหน่งงานปัจจุบันหรืองานเก่า ให้คุณมุ่งเน้นไปที่อนาคต( future )และสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากตำแหน่งงานนี้

ตัวอย่าง

“I’m looking for an opportunity that gives me the ability to build closer, long-term relationships with clients. In my current role, the sales cycle is so short that I don’t spend as much time building a rapport with my customers as I’d like. Relationship-building is one of the reasons I chose a career in sales, and I look forward to working with a company where that’s a top priority.”

“ผมกำลังมองหาโอกาสที่ทำให้ผมสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้มากขึ้น ในตำแหน่งปัจจุบันของผมการขายสั้นมากจนผมไม่มีโอกาสได้สร้างสายสัมพันธ์กับลูกค้าเท่าที่ควร การสร้างสายสัมพันธ์เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเลือกอาชีพพนักงานขาย และผมหวังว่าจะได้ทำงานกับบริษัทที่เห็นความสำคัญกับสิ่งนี้”

9.What are your greatest strengths?
จุดแข็งของคุณคืออะไร?

ในการตอบคำถามนี้ควรจะบอกถึงลักษณะนิสัยของคุณที่เชื่อมโยงกลับไปยังตำแหน่งงานที่คุณสมัคร

ตัวอย่าง

“I’m a natural problem-solver. I find it rewarding to dig deep and uncover solutions to challenges—it’s like solving a puzzle. It’s something I’ve always excelled at, and something I enjoy. Much of product development is about finding innovative solutions to challenging issues, which is what drew me to this career path in the first place.”

“ผมเป็นนักแก้ปัญหา ผมพบว่ามันคุ้มค่าที่จะใช้เวลาในการแก้ปัญหา แ้นพบวิธีที่ท้าทาย มันเหมือนกับการไขปริศนา เป็นสิ่งที่ผมชอบและเก่งเสมอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการค้นหาทางแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งนี้ดึงดูดให้ผมเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนี้”

10.What are your greatest weaknesses?
อะไรคือจุดอ่อนของคุณ?

มันอาจจะรู้สึกอึกอัดใจ( awkward )ที่จะพูดถึงจุดอ่อน( weaknesses )ของคุณในสภาพแวดล้อมที่คุณคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จของคุณ อย่างไรก็ตามถ้าตอบอย่างถูกต้อง การแบ่งปันจุดอ่อนของคุณสามารถแสดงให้เห็นว่าคุณมีความตระหนักในตนเองและต้องการทำงานให้ดีขึ้น ลักษณะที่ดึงดูด( attractive )ความสนใจจากนายจ้าง อย่าลืมเริ่มต้นด้วยจุดอ่อนและพูดถึงสิ่งที่คุณได้ปรับปรุงไปแล้ว ซึ่งจะทำให้คำตอบของคุณเป็นผลไปในทางบวก

ตัวอย่าง

“Earlier in my career I noticed that because I was so enthusiastic about my work, I had a tendency to say ‘yes’ when I should have been saying ‘no.’ At one point I ended up so overwhelmed by my workload, taking on so many projects, that I was working evenings and weekends. It was stressful, and that stress affected my production quality. I realized this was counterproductive, so I started using workload management tools to set better expectations for myself and my teammates.”

ก่อนหน้านี้ในการทำงานผมสังเกตุเห็นว่า ด้วยความที่ผมมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับงาน ผมจึงมีแนวโน้มที่จะพูดว่า ได้ เมื่อควรพูดว่า ไม่ จนถึงจุดหนึ่ง ผมรู้สึกหนักใจกับภาระงานของผม มีหลายงานที่ผมต้องทำงานในตอนเย็นหลังเลิกงงานและในวันหยุดสุดสัปดาห์ มันเครียดมากและความเครียดนั้นส่งผลต่อสุขภาพของผม ผมรู้ว่าควรต้องจัดการกับมันจึงเริ่มใช้เครื่องมือจัดการกับงานเพื่อกำหนดความคาดหวังที่ดีกว่าสำหรับตัวผมและทีมงานของผม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *